งานราชการล่าสุด

วิธีจัดการกับเงินเดือน "เดือนแรก" ให้มีออม มีใช้ ไม่ขัดสน

07 ก.พ. 2560 เวลา 21:36 น. 9,177 ครั้ง
Advertisement

วิธีจัดการกับเงินเดือน "เดือนแรก" ให้มีออม มีใช้ ไม่ขัดสน


Advertisement
วิธีจัดการกับเงินเดือน เดือนแรก ให้มีออม มีใช้ ไม่ขัดสน
มีคนมักบอกผมว่า "คนเราไม่จำเป็นต้องว่าจะเงินเดือนมากเท่าไหร่  แต่ต้องรู้ตัวเองว่าเงินเดือนเท่าไหร่และต้องใช้อย่างไร ให้เหลือออม"

    หนึ่งปัญหาใหญ่สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ก็คือการชักหน้าไม่ถึงหลังหรือ แค่การที่มีเงินให้พอใช้จนถึงสิ้นเดือนยังเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับบางคนฉะนั้นการมีเงินเก็บเพื่ออนาคตหรืออยากทำตามความฝันของตัวเองยิ่งเป็นเรื่องไกลตัวมาก ถ้าปล่อยไว้แบบนี้โดยที่เราไม่ได้จัดการหรือหาวิธีมาบริการ การใช้เงินของเราเสียใหม่ในไม่ช้าก็อาจต้องเข้าสู่ ระบบหนี้สิน แน่นอน  เราลองมาปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้เงินกันดูดีกว่า เพื่อช่วยให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป

1. รวบรวมรายจ่ายทั้งหมด ใน 1 เดือน
เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าปัจจุบัน รายจ่ายและรายรับของเรา เพียงพอกันหรือไม่ ดังนั้น เราจึงควรเขียนรายการรายจ่าย ทั้งหมดภายใน 1 เดือน ขึ้นมา ที่เป็นรายจ่ายหลักที่มีความจำเป็นกับคุณ เช่น
- ค่าที่พัก หากคุณต้องเช่าบ้าน ผ่อนหรือเช่าที่อยู่อาศัย รวมถึงค่าน้ำค่าไฟ โดยเฉลี่ยแต่ละเดือนอยู่ที่เท่าไร สมมุติว่า 4500 บาท
- ค่าอาหาร ในแต่ละวัน ทั้ง 3 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น สมมุติว่า มื้อละ 50 บาท  หนึ่งเดือน ค่าอาหารจะเท่ากับ 4000 บาท 
- ค่าเดินทาง ในการออกไปทำงาน ทั้งค่ารถค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวกับการเดินทางเช่น ค่ารถประจำทาง9 บาท ต่อด้วยวินมอเตอร์ไซต์อีก 10  
   บาท รวมไปกลับใน 1 วันจะเท่ากับ 38 บาท เราเดินทางไปทำงานทั้งหมด 22 วันจะเป็นเงิน 836 บาท
- ค่าโทรศัพท์ เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารเรื่องงานหรือเรื่อต่างๆสมมุติว่า 1 เดือนที่ 500 บาท
- ค่าหนี้สินต่างๆ อาจเป็นบัตรเครดิตหรือสินเชื่อ แต่สำหรับใครที่ไม่มีในจุดนี้ก็ถือว่าโชคดีมากๆเพราะไม่ต้องแบกรับภาระชำระหนี้เพิ่มในแต่ละเดือน
รวมทั้งหมดค่าใช้จ่ายคร่าวๆของทั้งเดือนก็จะอยู่ที่ประมาณ  9836 บาท
2. หักรายจ่ายกับเงินเดือนที่เราได้รับ โดยให้คำนวนเฉพาะส่วนที่เป็นฐานเงินเดือน ส่วนโอทีหรือเงินพิเศษเป็นเงินที่ยังไม่มีความแน่นอนอาจใช้ส่วนนั้นเป็นเงินเก็บก็ได้ สมมุติตามฐานเงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000 บาท เท่ากับว่าเงิน ที่คุณเหลืออยู่คือ  5164 บาท
3. จัดการวางแผนการใช้เงินส่วนที่เหลืออย่างเป็นระบบ
โดยการแบ่งเป็นเงินออม 2 ส่วนและใช้จ่ายซื้อของใช้ของจำเป็น 1 ส่วน
- เงินเก็บ ส่วนที่ 1 เก็บเผื่อกรณีฉุกเฉิน มีความจำเป็นต้องใช้ จะได้ไม่ต้องกู้ยืมหรือเดือดร้อน
- เงินเก็บ ส่วนที่ 2 เก็บเพื่ออนาคตทุนสำรอง ไว้ใช้จ่ายในอนาคตเพื่อทำตามความฝันหรือเริ่มต้นธุรกิจ หรือจะเก็บเป็นเงินออมระยะยาว
   ได้ หากว่าเงินเก็บส่วนแรก เหลือ ก็สามารถนำมาทบรวมกับเงินเก็บส่วนนี้ได้
- อีก 1 ส่วนใช้จ่ายซื้อของใช้ภายในบ้านหรือของใช้ส่วนตัวของที่เราอยากได้เล้กๆน้อยๆ จะได้ไม่ต้องพึ่งบัตรเครดิตให้เกิดเป็นหนี้สินในเดือนถัดไป และสำหรับใครที่ใช้บัตรเครดิตหรือ บัตรกดเงินสด แนะนำว่าถ้าหลีกเลี่ยงการใช้งานได้ก็จะเป็นเรื่องดีมาก ไม่ใช้ว่าบัตรพวกนี้ไม่มีประโยชน์ แต่หากเราใช้อย่างไม่ระวัง มันก็มักจะทำให้เกิดหนี้สินที่เกินความจำเป็นบางคนถึงกับเป็นหนี้บานปลาย กันไปก็มีทางที่ดีก็ใช้เท่าที่เรามีหรือเท่าที่จำเป็น ดีที่สุดครับ
4.  ทำบัญชีรายรับรายจ่าย 

เพื่อว่าเราจะได้รู้ว่าจริงๆแล้วเราจ่ายเงินในแต่ละเดือนไปกับอะไรบ้างสิ่งไหนที่สิ้นเปลืองเราจะได้ปรับลดได้ เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ในการจัดการกับระบบการเงินได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อเรารู้ทั้งรายจ่ายและรายรับของเราแล้ว เราก็สามารถปรับการใช้จ่ายให้เหมาะสม เมื่อทำแบบนี้อย่างต่อเนื่อง การเงินของคุรก็จะเป็นระบบเข้าที่ ไรปัญหา เงินไม่ใช้ ไม่มีเก็บอีกต่อไป ในเศรษฐกิจแบบนี้ เราเองก็ควรใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น ไม่ฟุ่มเฟื่อย ไม่ใช้เงินจนเกิดตัวก็จะเป็นเรื่องดี ครับ 

และหากคุณต้องการข้อมูลหรือความรู้ด้านการเงินดีๆแบบนี้ เพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ masii.com บทความโดยทีมงาน Jobthaidd.com "งานราชการ"
Advertisement
ติดตามข่าวบน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !!!


แสดงความคิดเห็น :

- กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพและไม่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย
- ห้ามมิให้ผู้ใดโพดขายสินค้าเด็ดขาด
- ข้อความโพสโดยสาธารณชน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Advertisement

งานล่าสุด >>

ผู้สนับสนุน



หางาน part time กด Like ติดตาม
^