งานราชการล่าสุด

เรียนไม่เก่ง ก็สอบติดราชการได้ เผยเทคนิคและประสบการณ์จากผู้สอบผ่าน กับนักรบ2B

19 พ.ย. 2562 เวลา 09:15 น. 20,465 ครั้ง
Advertisement

เรียนไม่เก่ง ก็สอบติดราชการได้ เผยเทคนิคและประสบการณ์จากผู้สอบผ่าน กับนักรบ2B


Advertisement

งานใหม่ สำหรับคนที่มองโอกาสใหม่ๆ หางานที่ตรงกับคุณ วุฒิ ป.ตรี ทุกสาขา ลงทะเบียนสมัครกับเราที่นี่ (สมัครงาน)

เรียนไม่เก่ง ก็สอบติดราชการได้ เผยเทคนิคและประสบการณ์จากผู้สอบผ่าน กับนักรบ2B


วันนี้ขอเสนอเรื่องราวของหญิงคนหนึ่งที่ไฝ่ฝันและมุ่งมั่นที่จะเข้าทำงานราชการ โดยเธอนั้นได้ผ่านการสอบมามากมาย หลายสนาม ทั้งสมหวังและผิดหวัง ออกตัวเลยว่าเธอนั้นเป็นคนที่เรียนไม่ได้เก่งอะไร  แต่ด้วยความพยายามทำให้เธอนั้นประสบความสำเร็จ และได้เข้ารับราชการอย่างที่ตนเองตั้งเป้าหมายไว้ แต่ถ้าว่าชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอต้องผ่านเรื่องราวมากมายกว่าจะมีคนวันนี้ ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Puncharat Tangkueamit ได้ออกมาเผยแพร่ประสบการณ์ให้ เพื่อนๆเพื่อเป็นแนวทางในการสู้ชีวิตครั้งนี้ โดยเธอได้เล่าว่า

" โพสต์นี้สำหรับคนที่ไม่เก่ง (อะไรที่คนอื่นอ่านรอบเดียวแล้วเข้าใจ แต่เราต้องอ่านมากกว่าเขา5รอบถึงจะเข้าใจ) แต่ตั้งใจและมีความขยันอดทน
อยากรับราชการเชิญอ่านเลยค่ะ
"

' ก่อนอื่นเรามาดูว่าก่อนที่จะสอบผ่านและได้เข้ารับราชการนั้นเขาคนนี้ได้ผ่านมากี่สนามสอบ '
ในขณะที่เราเริ่มทำงาน เราก็เริ่มสอบเป็นนักรบ2B
มาโดยตลอด ใช่ว่าเราจะสมหวังกับการสอบเสมอไป
ผ่านสนามสอบเท่าที่จำได้ 17 ครั้ง
  • ครั้งที่ 1 เราสอบกพ. ครั้งที่ 1 เดือน ปี2558 ไม่ผ่าน
  • ครั้งที่ 2 เราสอบอสพ.ของพช.ยโสธร ปี2559 ได้ลำดับที่ 3 รับ3คนพอดีจึงได้เริ่มทำงานของกรมพช. เป็นครั้งแรกในชีวิต
  • ครั้งที่ 3 เราสอบ กระทรวงสาธารณสุขภาค ข ปี2559 ผ่าน
  • แต่ต้องไปสอบ ภาค ก พิเศษต่อ
  • ครั้งที่ 4 ภาค ก พิเศษ ในปี2559 ไม่ผ่าน
  • ครั้งที่ 5 สอบกองทุนสตรี ปี 2559 พช. ผ่าน ลำดับไกลแต่เรียกถึงนะ แต่ว่าสอบได้พนักงานกองทุนของ พม.แล้วเลยได้ปฏิเสธไป
  • ครั้งที่ 6 ภาค ก ปกติ ปี2559 ไม่ผ่าน
  • ครั้งที่ 7 สอบลูกจ้างสถิติ ปี2560 ครั้งแรก ไม่ผ่าน
  • ครั้งที่ 8 สอบ อสพรุ่น70 ปี 2560 ผ่าน
  • ครั้งที่ 9 สอบลูกจ้างสถิติ ปี 2560 ผ่านจึงเปลี่ยนสายงานเพื่อเรียนรู้งานใหม่ที่ตนเรียนมา
  • ครั้งที่ 10 สอบตำรวจอำนวยการไม่ผ่าน
  • ครั้งที่ 11 สอบนักวิเคราะห์ ท้องถิ่น ขึ้นบัญชีไว้ลำดับไกลมาก
  • ครั้งที่ 12 สอบพนักงงานราชของสนง.สวัสดิการแรงงาน ปี2561 ได้ลำดับที่ 5 (ถ้าจำไม่ผิด) เรียกคนเดียว อกหัก แต่ชีวิตก็ต้องก้าวต่อไป
  • ครั้งที่ 13 สอบ ภาค ก ปี 2561 ผ่าน
  • ครั้งที่ 14 สอบพนักงานกองทุนของสนง.พมจ.ยส ได้จึงเปลี่ยนสายงานเพื่อความมั่นคงของตนเอง
  • ครั้งที่ 15 สอบนักทัณฑ์ ญ กรมราชทัณฑ์ได้ลำดับที่ 32 ตอนนี้เรียกถึงลำดับที่ 8
  • ครั้งที่ 16สอบอสพรุ่น71 ผ่าน (แต่ตั้งใจว่าไปดูข้อสอบเพื่อดูจุดบกพร่องและนำมาพัฒนาตนเอง)
  • ครั้งที่ 17 สอบ พัฒนากรได้ลำดับที่ 53 เรียกรอบแรก  ฉลองสิ รออะไร ความพยายาม อดทน ขยัน ก็นำความสำเร็จอีกขั้นของชีวิตมาให้

มาเริ่มกันเลยค่ะ สำหรับเทคนิคที่เราได้ใช้ที่ทำให้เราได้สอบผ่านและเข้ารับราชการในครั้งนี้

(ภาพจาก FB คุณ Puncharat Tangkueamit )

ยุคนี้ไม่ใช่แค่ยุค 4.0 แต่ยังเป็นยุคของการสอบรับราชการเชิงวิเคราะห์ การจะวิเคราะห์ข้อสอบได้คุณต้อง (จำ+เข้าใจได้อย่างถูกหลักการ) 
ซึ่งไม่ใช่แค่การจำๆแล้วไปสอบ แต่คุณต้องจำๆแล้วนำความรู้ที่คุณจำได้นั้นนำไปวิเคราะห์ข้อสอบ มันจึงไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่มักจะพูดหลังจากออกห้องสอบว่า อ่านมาไม่ตรงข้อสอบ แน่นอนค่ะ คุณไม่ได้เป็นแค่คนเดียวคุณมีเพื่อนเยอะเลยค่ะ เราเคยเป็น555 ฉะนั้นคุณไม่ต้องกังวัลค่ะ เรามีวิธีการกำจัดจุดอ่อน โดยวิธีการวางแผนและบริหารจัดการ ซึ่งเราเคยนำมาใช้แล้วสำเร็จนำมา
บอกเพื่อนๆ กันและเราก็มีวิธีแนะนำสำหรับคนที่ทำงานทำงานประจำยังไงให้มีเวลาอ่านหนังสือ
ในท้ายประโยคมาฝากด้วยนะคะ เข้าเรื่องเลยละกัน
เนื้อหาเยอะอ่านยังไงให้ทันสอบ 
ในประกาศสอบของแต่ละสนามจะมีรายละเอียดบอกว่าตำแหน่งนี้มีหัวข้ออะไรบ้างในการออกข้อสอบ ให้เราลิส หัวข้อ ออกมาว่ามีกี่หัวข้อแต่ละหัวข้อเนื้อหามากน้อยขนาดไหน แล้วให้เรานับจำนวนหัวข้อในการออกข้อสอบว่า มีกี่หัวข้อ (เช่น 10 หัวข้อ(เรื่อง)) แล้วให้ประมาณการว่าจะสอบช่วงไหนโดยเฉลี่ยแล้วสนามสอบแต่ละหน่วยงานจะอยู่ที่ 2-3 สัปดาห์หลังจากวันประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบซึ่งดูได้จากประกาศรับสมัครสอบเช่นกัน เค้าจะระบุไว้ในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการสมัคร แล้วนับจำนวนวันว่าเราจะมีเวลาอ่านประมาณกี่วัน พอเราได้จำนวนวันที่มีเวลาอ่านแล้ว สมมติว่า 80 วัน และได้จำนวนหัวข้อในการออกสอบ สมมติว่า 10 หัวข้อ เราก็เอาจำนวนวันหารจำนวนหัวข้อ คือ(80/10=8) คือเราต้องอ่านหัวข้อ 1 เรื่อง พยายามอ่านให้จบภายใน 8 วันโดยเฉลี่ยนะคะ

-ให้ปรับอัตราส่วนเวลาการอ่านตามเนื้อหามากน้อยในแต่ละหัวข้อ
-ควรเผื่อเวลาไว้สัก1อาทิตย์ก่อนสอบ ไว้ทบทวนเนื้อหาทั้งหมดค่ะ


เนื้อหาเยอะอ่านยังไงให้จำได้
1.สมมติว่าในสนามสอบนั้นมี10พรบ. เราใช้วิธีการเริ่มจากการอ่านเนื้อหาพรบ. ฉบับเต็ม เราจะไม่อ่านสรุปย่อก่อนโดยเด็ดขาดเพราะสรุปย่อที่ดีที่สุดคือ การสรุปย่อได้ด้วยตนเอง(เพราะเนื้อหาบางส่วนอาจจะหายไป) เราอ่านจากเนื้อหาพรบ.ฉบับเต็มๆแล้วค่อยสรุปย่อเป็นเนื้อหาที่เราเข้าใจง่ายๆของตัวเอง จดโน้ตย่อให้เป็นหมวดหมู่ของเนื้อหา ลำดับ ขั้นตอนของเนื้อหา จะมีส่วนให้เรามองเห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายในฉบับของเรา ถ้ามี10พรบ.เราจะจดสรุปทีละเรื่องให้จบแล้วค่อยเริ่มหัวข้อใหม่ไปหัวข้อที่2 3 4 เรื่อยๆจนครบทุกเรื่อง
2. เราจะได้สมุดสรุปย่อของเรา 10 เรื่องแล้วนำ10หัวข้อที่เราสรุปได้มา มาจำให้ได้ทุกเรื่องโดยเริ่มจากหัวข้อที่1 จำได้แล้วค่อยเริ่มไปหัวข้อที่2จนกว่าจะครบทุกเรื่อง

ในส่วนของวิธีการจำมีหลากหลายวิธีการด้วยกันเช่น
1. แยกเนื้อหาออกเป็นหมวดหมู่ โดยอาจจะใช้วิธีการของสร้างตารางหรือแผนผังความคิด หรือวิธีอื่นๆตามที่บุคคลนั้นถนัด ส่วนเราถนัดในรูปแบบของการตีตารางจับเนื้อหายัดใส่ตารางของเรา
2. วิธีการท่องหรือเขียน โดยใช้วิธีการท่องหรือเขียนทีละประโยคของเนื้อหาที่เราจะจำ ท่อง/เขียน ได้ 1 ประโยคแล้วปิดเนื้อหาไว้ไม่ดู ถ้าจำได้แล้วค่อยเพิ่มไปอีกทีละประโยคไปเรื่อยๆจนกว่าจะจำได้
3. การฝึกทำโจทย์เยอะๆ

วิธีที่เราใช้ได้ดีที่สุดคือการเขียนและฝึกทำโจทย์ เพราะการเขียนบ่อยๆทำให้เราจำได้ดีมากเขียนได้เป็นข้อๆเลย ช่วงอ่านหนังสือสอบเราเขียนเยอะมากเหมือนทดเลขเลยใช้สมุดไปหลายเล่มเลย เขียนแบบไม่ต้องดูนะ ต้องค่อยๆเปิดๆปิดๆเนื้อหาโดยไม่ต้องดูนั้นละจะจำได้เอง
***วิธีของเราอาจจะไม่เหมาะกับความถนัดของคนอื่น ก็ลองค้นหาวิธีที่เหมาะกับตัวเองดูนะคะ เพราะคนเรามีความถนัดที่แตกต่างกันออกไป จะได้อ่านหนังสือแล้วมีความสุข

สำหรับคนที่ทำงานต้องหาเวลาหลังเลิกงาน
อ่านหนังสือค่ะเราใช้วิธีการของความอดทน ฝึกฝนและฝึกฝืน

  • ทำงานเลิก 17.00 รีบกลับบ้านไปนอนพักสมองที่ล้ามาจากการทำงาน
  • ตื่น20.00 น. จัดการกินข้าวอาบน้ำกินกาแฟ
  • เริ่มอ่านประมาณ21.00 น.-00.00 น.
  • นอน00.00-04.00
  • ลุกขึ้นมาอ่านกินกาแฟ04.00-06.00 อ่านหนังสือต่อ
  • 06.00 เริ่มแต่งตัวไปทำงาน วันไหนที่เลิกงานค่ำไม่ใช่ว่าเราไม่อ่านน๊ะอ่านเท่าที่มีเวลาเหลือจ้า ปรับไปตามสถานการณ์

***นำไปปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมกับภารกิจของแต่ละท่านเองนะคะ

เครื่องดื่มที่เรากินเสริมบำรุง กระตุ้น ร่างกาย สมอง คือ c-vitt ,เอ็นเนอร์จี,แบรนด์,กาแฟ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวสอบนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ตามปรัชญาการพัฒนาชุมชนที่ว่า มนุษย์ทุกคนมีความสามารถ ถ้าได้รับโอกาส จงศรัทธาในตัวเอง
ขออภัยหากขาดตกบกพร่องประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับเว็บที่มีการลงบทความให้นะคะและกำลังใจจากทุกๆคนค่ะ
ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจเยอะขนาดนี้ แต่ก็ยังยึดมั่นในความเป็นตัวเองบ้าๆบอๆเหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณจากใจจริง

ภาพเบื้องหลังขอความสำเร็จในครั้งนี้
- จดสรุปตามความเข้าใจ ตั้งโจทย์ต่างๆๆ



-จดๆๆยาวไปค่ะ


- ทำปฏิทินวางแผนการอ่าน




- ปริ้นเอกสาร เพื่อง่ายต่อการอ่าน


-เอกสารเยอะมาก ก่อนที่จะคัดออกมาได้แต่ละประเด็น


สรุปจากเอกสารเป็นกองๆๆๆ




แอดหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เพื่อนๆๆได้พยายามและไม่ย่อท้อต่อความฝันของตนเอง เพราะหากเราหยุดในวันนี้ก็เท่ากับว่าเรายอมแพ้ต่อความฝัน เชื่อเถอะว่าอย่างน้อยการลงแข่งแต่ละครั้งย่อมได้อะไรดีดีกลับมาอย่างแน่นอน

เรื่องราวดีดีจาก : Puncharat Tangkueamit
เรียบเรียงโดย : www.jobthaidd.com
ติดตามข่าวสารที่ : https://www.facebook.com/Jobtoday



แสดงความคิดเห็น :

- กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพและไม่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย
- ห้ามมิให้ผู้ใดโพดขายสินค้าเด็ดขาด
- ข้อความโพสโดยสาธารณชน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ติดตามข่าวบน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !!!

^