งานราชการล่าสุด

แห่ใช้สิทธิ์3.7แสนราย‘ชิมช้อปใช้’คลังเผย3วันแรกใช้จ่าย294ล. ยันไม่มีล่ม

01 ต.ค. 2562 เวลา 06:38 น. 666 ครั้ง
Advertisement

แห่ใช้สิทธิ์3.7แสนราย‘ชิมช้อปใช้’คลังเผย3วันแรกใช้จ่าย294ล. ยันไม่มีล่ม


Advertisement
ชิมช้อปใช้ - คลังเผยมาตรการ “ชิมช้อปใช้” 3 วันแรก มียอดผู้เริ่มไปใช้สิทธิ์ 370,523 ราย มียอดใช้จ่ายเกือบ 294 ล้าน ยันระบบไม่ได้ล่ม กรมบัญชีกลางย้ำร้านค้าได้เงินชัวร์เชียร์ประชาชนเติมเงินG wallet2 เพื่อรับCash backหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว ด้าน ฝ่ายค้าน รุมจี้รัฐบาลทบทวน ‘หญิงหน่อย’อ้างติเพื่อก่อ เย้ยแจกเงินคนจนเข้ากระเป๋าคนรวย ลูกพรรครุมซัดสอบตก มหกรรมตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ลั่นจองกฐิน ชำแหละงบ

เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในช่วง 8 วันแรก มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการ“ชิมช้อปใช้”เต็มตามโควตา 1 ล้านรายทุกวันโดยระบบจะใช้เวลาตรวจสอบ 3วันทำการและเมื่อได้รับ SMS แจ้งสิทธิ์และยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้ว จะสามารถใช้สิทธิ์ได้ในวันถัดไป

โดยการยืนยันตัวตนนั้น เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ให้มั่นใจว่า จะไม่มีผู้อื่นใช้สิทธิ์ของท่าน หากสแกนใบหน้า 3 ครั้งแล้ว ยังไม่สามารถใช้งานได้ สามารถไปยืนยันตัวตนที่สาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ การใช้งานแอปพลิเคชัน“ถุงเงิน”และ“เป๋าตัง”ขอให้เปิด location ทุกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันว่า มีการไปใช้สิทธิ์ในจังหวัดที่เลือกจริง

3วัน ใช้สิทธิ์3.7แสน/ใช้จ่าย294ล้าน
โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวด้วยว่าสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 23 ถึงวันที่ 26 กันยายน 2562 มีผู้ได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์ 3,115,449ราย และการเริ่มใช้จ่ายวันแรกวันที่27 ถึงวันที่ 29 กันยายน 2562 รวม 3 วัน มีผู้เริ่มไปใช้สิทธิ์แล้ว 370,523ราย โดยมียอดการใช้จ่ายประมาณ294ล้านบาท

เมื่อพิจารณารายละเอียด การใช้จ่าย พบว่ากว่าร้อยละ50ของการใช้จ่ายหรือประมาณ148ล้านบาท เป็นการใช้จ่ายที่ร้าน“ช้อป”ซึ่งเป็นร้านในกลุ่มOTOPร้านวิสาหกิจชุมชนรวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ รองลงมาคือร้าน“ชิม”หรือร้านอาหารและเครื่องดื่มที่มียอดใช้จ่ายประมาณ 60 ล้านบาท สำหรับร้าน“ใช้” ช่นโรงแรมโฮมสเตย์ เป็นต้น มียอดใช้จ่ายประมาณ7ล้านบาท ส่วนร้านค้าทั่วไปมียอดใช้จ่ายประมาณ79 ล้านบาท

โดยร้านค้าที่รับชำระเงินด้วยแอปพลิเคชัน“ถุงเงิน” g-Wallet ช่อง1วงเงิน1,000 บาท จากรัฐบาล จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีของร้านค้าไม่เกินเวลา 21.00น.ของวันทำการถัดไป ส่วน g-Wallet ช่อง2เป็นจำนวนเงินที่ประชาชนเติมเองจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีของร้านค้าในวันถัดไปไม่เกินเวลา 6.30 น. ของทุกวัน

ยันระบบ”ชิมช้อปใช้” ไม่ได้ล่ม
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ระบบการชำระเงินระหว่าง “ถุงเงิน” และ “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย สามารถใช้งานได้ปกติ โดยระบบไม่ได้ล่มตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ปัญหาที่เกิดความไม่สะดวกในห้างค้าปลีกนั้น เป็นเพราะการบริหารจัดการของห้างเอง ซึ่งตามเงื่อนไขการลงทะเบียนร้านค้า “ถุงเงิน”1ร้านค้า จะสามารถเข้าใช้งานพร้อมกันได้ 20 จุดใน 1 จังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับชำระเงิน โดยเฉพาะร้านในกลุ่ม“ชิมช้อปใช้”เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังเศรษฐกิจฐานรากให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ สำหรับร้านค้าขนาดใหญ่ซึ่งเป็นร้านประเภททั่วไปที่มีหลายสาขาสามารถบริหารจัดการโดยลดจำนวนสาขาลงเพื่อให้มีจุดรับชำระเงินในแต่ละสาขาเพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ใช้สิทธิ์

ร้านค้าชิมช้อปใช้อย่ากังวลได้เงินแน่

ด้าน นางสาว สุทธิรัตน์รัตนโชติอธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการ ชิมช้อปใช้ขณะนี้มีจำนวน 76,961 ร้านค้าโดยกรมบัญชีกลางและสำนักงานคลังจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศยังคงตั้งจุดรับสมัครต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ต.ค. 62 ในวันและเวลาราชการ คาดว่าหลังจากปิดรับสมัครจะมีร้านค้าเข้าร่วมมาตรการไม่น้อยกว่า 80,000 ร้านค้า โดยการใช้สิทธิชิมช้อปใช้ในวงเงิน 1,000 บาท (G-Wallet 1) และการเติมเงินในกระเป๋าG-Wallet 2 ได้เริ่มใช้งานจริงตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.62 ผ่าน App เป๋าตังโดยร้านค้าใช้ App ถุงเงินในการรับชำระค่าสินค้าและบริการจากผู้ใช้สิทธิ

“กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ในการจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้ โดยมีรอบการจ่ายเงิน ส่วนกรณีที่ร้านค้าต้องการตรวจสอบรายการแสดงการขายในแต่ละวันว่าถูกต้อง ครบถ้วนหรือไม่ สามารถเรียกดูข้อมูลได้จาก App ถุงเงิน จึงขอให้ผู้ประกอบการร้านค้ามั่นใจได้ว่าได้รับเงินจากการใช้สิทธิของปชช.ที่เข้าร่วมมาตรการชิมช้อปใช้อย่างแน่นอน

ชี้พบผิดเงื่อนไข ระงับการจ่ายเงิน
นอกจากการตรวจสอบรายการแสดงการขายของร้านค้าแล้ว กรมบัญชีกลางและ ธ.กรุงไทย ยังได้ดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการของร้านค้าทุกร้านที่เข้าร่วมมาตรการด้วย หากพบว่ามีพฤติกรรม หรือการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ หรือส่อไปในลักษณะการทำผิดเงื่อนไขของมาตรการ จะดำเนินการระงับการจ่ายเงินไว้ก่อนจนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อย หากร้านค้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้าและการใช้งาน App ถุงเงินติดต่อสอบถามธนาคารกรุงไทยโทร 02 111 1144 ตลอด 24 ชม.ทุกวัน” อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าว

เชียร์ปชช.เติมเงินกระตุ้นศก.ท่องเที่ยว
สำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือ ลงทะเบียนไม่สำเร็จยังสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิได้จนถึงวันที่ 15 พ.ย. 62 หรือจนกว่าจะครบ 10ล้านคน โดยระบบเปิดรับลงทะเบียนวันละ 1 ล้านคนเท่านั้น ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนและดาวน์โหลดใช้งาน App เป๋าตัง สำเร็จแล้วสามารถใช้สิทธิ ชิมช้อปใช้วงเงิน1,000 บาท (G-Wallet 1)ในจังหวัดที่เลือกตอนลงทะเบียนไว้ 1 จังหวัดเท่านั้น ภายใน 14วัน หลังจากได้รับ SMS (หากเกินเวลาเงินจะถูกดึงกลับ) และหากมีการเริ่มใช้สิทธิแล้วจะสามารถใช้วงเงิน 1,000 บาทต่อไปได้จนถึงวันที่ 30 พ.ย.62ส่วนกระเป๋า G-Wallet 2 ที่ต้องเติมเงินใช้จ่ายผ่าน App เป๋าตังเองนั้นสามารถใช้สิทธิได้ทุกจังหวัดโดยเป็นจังหวัดใดก็ได้ที่ไม่ซ้ำกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้านและยังมีสิทธิได้รับเงินคืน (Cash Back) 15% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน ดังนั้นจึงขอเชิญชวนผู้มีได้สิทธิในมาตรการแล้วเติมเงินใน G-Wallet 2 และไปท่องเที่ยวใช้จ่ายในจังหวัดที่ตนสนใจเพื่อให้มีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล

เย้ยแจกเงินคนจนเข้ากระเป๋าคนรวย
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพท. กล่าวถึงโครงการ“ ชิมช้อปใช้” ของรัฐบาลว่า หากเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือหมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจฐานรากได้ก็เป็นเรื่องดี เพราะการแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากถือเป็นเรื่องจำเป็นให้คนฐานรากมีกำลังซื้อถือเป็นเรื่องดี แต่จากการติดตามข่าวและจากการที่ตนได้ไปลงพื้นที่สำเพ็งและเยาวราชพบ ว่าร้านค้ารายย่อยไม่มีโอกาสที่จะได้รับผลดีจากมาตรการนี้เมื่อร้านค้ารายย่อยซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ก็ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะเท่าที่เห็นเงินกลับไปที่ร้านสะดวกซื้อของเจ้าสัวก็กลับไปที่อีหรอบเดิมคือแจกเงินคนจนไปเข้ากระเป๋าคนรวย

จี้ให้ นายกฯ ทบทวนมาตรการนี้
“ขอย้ำว่ามาตรการแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เราสนับสนุน แต่มาตรการที่รัฐบาลออกมา ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นประโยชน์ ขอให้รัฐบาลทบทวนและหามาตรการที่ชาญฉลาดที่เมื่อแจกเงินไปถึงมือคนจนแล้วจะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เกิดกำลังซื้อได้จริง และกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เราติเพื่อก่อ คิดว่ารัฐบาลและพล. อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯก็น่าจะรู้มากกว่าเราด้วยซ้ำว่า มาตรการนี้ ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแน่นอน รัฐบาลควรปรับปรุงแก้ไขและฝ่ายค้านจะทำหน้าที่เสนอแนะข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เราได้ไปสัมผัสเพื่อให้รัฐบาลไปแก้ไขจริงๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ สามารถเสิร์ชกูเกิลดูเอาก็ได้” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

อัดรัฐคิดไม่เป็น ไร้เงินหมุนเวียน

ด้าน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญกุล แกนนำพรรค พท.กล่าวว่า โครงการชิมช้อปใช้นี้ รัฐบาลเจตนาถึงการใช้จ่ายของประชาชนให้เพิ่มมากขึ้น โดยรัฐบาลตั้งต้นให้ที่ 1, 000บาท แต่ในความเป็นจริงประชาชน ไม่มีเงินที่จะออกไปใช้เงินดังกล่าว นอกจากนี้ มาตรการที่ออกมาเป็นการใช้จ่ายเงินทางเดียวคือ จ่ายแล้วจบ ไม่เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบ จึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ แทนที่รัฐบาลจะนำเงินไปกระตุ้นภาคการเกษตร ฯลฯ รัฐบาลคิดไม่เป็น และ คิดไม่ถูก

อ้าง ปชช.ร้องเรียนปัญหาเพียบ

ขณะที่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้านกล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียน เป็นจำนวนมากตลอดสัปดาห์ถึงโครงการ“ชิมช้อปใช้”ว่ามีปัญหา อย่างมากทั้งแนวคิด วิธีทำ ผลที่จะได้รับและความไม่พร้อม เร่งรีบในการใช้เงินภาษีของประชาชนที่ไปล้วงเอามาจากงบกลาง สะท้อนไม่มีวิชั่นของรัฐบาลโครงการนี้ เป็นโครงการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนอย่างน่ารังเกียจ เพราะประชาชนกว่า40ล้านคนไม่มีโอกาสเข้าถึงระบบดังกล่าว

“วิธีคิดในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยรูปแบบเช่นนี้ ถ้าเป็นนักศึกษากำลังสอบวัดผล จะให้ตกอย่างเดียว ไม่ได้ต้องรีไทร์ หรือ ไล่ออกสถานเดียวเพราะวิธีคิดจากซีเลบัมในสมองไม่ทำงาน และทำอย่างมีวาระแอบแฝงหรือไม่ซึ่งฝ่ายค้านจะติดตามตรวจสอบต่อไป และเชื่อว่าคนที่คิดโครงการนี้ย่อมรู้ว่าเงิน1,000บาทไม่สามารถไปท่องเที่ยวที่ไหนได้โดยเฉพาะการเดินทางข้ามจังหวัดและไม่ใช่ยาวิเศษ ที่รัฐบาล จะกล้านำมากระตุ้นเศรษฐกิจได้”นายจิรายุ ย้ำ

อัดมหกรรมตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

ทั้งนี้ นายจิรายุ ยังกล่าวย้ำว่า ในการอภิปรายงบประมาณรายจ่าย ฝ่ายค้านจะชำแหละถึงแนวคิดของรัฐบาลถึงการใช้เงินภาษีของประชาชน ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่า จะทำให้เศรษฐกิจดีได้อย่างไร แถมยังได้กลิ่นตุตุต่อเรื่องนี้ว่า มีคนได้รับผลประโยชน์ไม่กี่กลุ่ม นโยบายเรื่องนี้ ถือว่าคนคิดฉลาดที่จะได้รับผลประโยชน์แต่คนซวย ก็คือประชาชนและคนทั้งประเทศ ที่ต้องเสียภาษีไปกับเรื่องนี้ที่เรียกได้เลยว่าเป็น มหกรรมการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

อนค.จวก รบ.สอบตกกระตุ้นศก.

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจในรอบสองเดือนที่ผ่านมาว่า มาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมา เม็ดเงินยังน้อยเกินไป ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนสามารถทำได้เพียงพยุง แต่ยังไม่สามารถกระตุ้นได้ มาตรการส่วนใหญ่มีความผิดฝาผิดตัว มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านเงินโอนมีตัวคูณทางการคลังค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ประมาณ 0.4 มาตรการที่ออกมา เป็นการกระตุ้นในระยะสั้นมากๆอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่วิกฤติครั้งนี้ ไม่ใช่ระยะสั้นอีกต่อไป ต้องใช้เวลาพลิกฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภค มาตรการต้องใหญ่กว่านี้และขยายระยะเวลาออกไป

โดย 3 มาตรการที่ออกมาทั้งแพคเกจ 3.16 แสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น ช้อปชิมใช้,การช่วยเหลือค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและการช่วยเหลือ SME มีแค่ 1 แสนล้านบาท ที่โอนเงินโดยตรง ที่พอจะหวังพึ่งได้ ที่เหลือเป็นวงเงินกู้ รวมถึงมาตรการช้อปชิมใช้ ก็มีลักษณะของการยิงกราด เม็ดเงินแค่ 15,000 ล้านบาทเศษๆ เอาทั้งเป้ารายได้ท่องเที่ยวและกระตุ้นการใช้จ่ายโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ถ้าไปดูในรายละเอียดก็ไม่มีอะไรใหม่ เคยใช้มาแล้วซึ่งถ้าได้ผลก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ จึงอยากให้มีการทบทวนมาตรการในส่วนนี้

อย่างไรก็ดี ตนขอเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 5ข้อคือให้รัฐบาลออกในลักษณะ พ.ร.บ.เงินกู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ,โครงการลงทุนเพื่อปรับภาครัฐให้ทันสมัยมากขึ้น,รัฐต้องทำหน้าที่เป็น kick-starter ช่วยซื้อสินค้าและบริการที่ยังไม่เกิดขึ้นในประเทศ,มาตรการที่ไม่ใช่มาตรการด้านการคลังอื่นๆ และชะลอการใช้เงินลงทุนที่ไม่ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศ เช่นการซื้ออาวุธ เป็นต้น

ข่าวจาก @ หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 1 ตุลาคม 2562


แสดงความคิดเห็น :

- กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพและไม่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย
- ห้ามมิให้ผู้ใดโพดขายสินค้าเด็ดขาด
- ข้อความโพสโดยสาธารณชน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ติดตามข่าวบน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !!!

^