งานราชการล่าสุด

“เลิกซะ” 7 นิสัยเสียถ้าอยู่กับคุณรับประกัน “ความจน”ชัวร์

26 ต.ค. 2559 เวลา 07:29 น. 19,783 ครั้ง
Advertisement

“เลิกซะ” 7 นิสัยเสียถ้าอยู่กับคุณรับประกัน “ความจน”ชัวร์


Advertisement
มีเรื่องดี ๆมาบอกกันอีกแล้ว และเป็นหัวข้อที่ดีม๊ากมาก คุณเคยสังเกตกันไหมมองคนรอบ ๆตัวเราบางคนมีตำแหน่งสูงเป็นถึงผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการต่าง ๆที่มีเงินเดือนใกล้แตะหลักแสนแล้ว แต่ก็ยังคงใช้เงินเดือนชนเดือนอยู่ แถมมีภาระหนี้สินมากมายประเภทที่เรียกว่าหนี้รอบเอวยังไงยังงั้น เคยสงสัยกันหรือไม่เหตุใดถึงเป็นแบบนั้น บทความดี ๆมีสาระของ “คุณธนกร” ผู้ก่อตั้งตลาดปัญญา https://taladpanya.com ที่เขียนจากประสบการณ์ บางส่วนเป็นประสบการณ์ตรงของเขาเองในช่วง 11 ปีแรกของการทำงาน มาดูกันว่าคุณมีข้อไหนหรือเปล่าที่ติดอยู่กับตัวคุณ ถ้ามีก็ต้องรีบไล่ให้พ้นตัว ก่อนคำว่า “จนซ้ำซาก”จะมาเยี่ยมคุณ

1.พอได้เงินเดือนเพิ่มก็หาภาระมาใส่ตัว คุณเป็นอยู่หรือเปล่าพอเงินเดือนขึ้นก็หาห้องเช่าใหม่ดีกว่าเดิมแพงขึ้นอีกนิด พอสิ้นปีโบนัสออกพร้อมปรับเงินเดือนก็เอาไปดาวน์รถคันที่แพงขึ้น คนเราส่วนใหญ่จะคิดว่าเมื่อมีเงินก้อนจากโบนัสหรือเมื่อมีเงินเดือนเพิ่มขึ้น ก็รู้สึกว่าอยากจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็ใช้จ่ายมากขึ้น เข้าภัตตาคารบ่อยขึ้นซื้อของแบรนด์ดังเกรดดีขึ้น ดังนั้นถ้าคุณในประเภทนี้ประกันได้เลยว่ามีเงินเท่าไหร่ก็หมดเกลี้ยง

2. อยู่กับปัจจุบันแต่ไม่มองอนาคต หลายคนเวลาเจอปัญหาอะไรยาก ๆก็ไม่อยากแก้ ปล่อยได้ปล่อยไป ถูไถไปวัน ๆ นี่คือ “สูตรแห่งความหายนะ”เลย เพราะนิสัยนี้จะติดไปสู่เรื่องของ “การเงิน” ไปด้วย บางทีอยากได้อะไรก็ซื้อ ๆหมุน ๆใช้เงินไปก่อน ตอบสนองความต้องการในปัจจุบันแต่ไม่ได้มองภาพใหญ่/ ภาพรวม มองไม่ออกว่าตอนนี้ “สถานะการเงิน” ของเราเป็นยังไง เรามีทรัพย์สินเท่าไหร่ หนี้สินเท่าไหร่ เงินสดเท่าไหร่ (ถ้าเป็นบริษัทก็คืองบดุล) ไม่รู้ว่าทุกวันนี้รายได้น้อยกว่ารายจ่ายหรือเปล่า ชักเงินเก็บออกมาอุดทุกเดือนแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ (ถ้าเป็นบริษัทก็คืองบกำไรขาดทุน) ไม่ว่าคุณอายุเท่าไหร่ต่อให้เพิ่งเรียนจบก็ตาม ต้องมองเห็นภาพแล้วว่า ตอนเกษียณตอนที่ไม่มีรายได้หรือไม่ได้ทำงานเราต้องมีรายได้เท่าไหร่ แล้วรายได้จะมาจากไหน

3.คิดว่าวันนี้ยังไม่ต้องรีบออมเงิน คิดว่ายังไม่สายอีกแป๊ปค่อยเริ่มเก็บเงินก็ได้ เราอายุยังน้อย สนุก ๆ ไปก่อน เดี๋ยวอีกสักพักค่อยเริ่มมองเรื่องการออมเงินหรือการลงทุน อย่างนี้คุณคิดผิดถนัดและสิ่งที่หลายคนไม่รู้ก็คือ การเริ่มออมเร็วกว่าคนอื่นแค่ 5 ปี ตอนปลายทางคุณจะมีเงินเก็บต่างกันลิบลับเพราะด้วยพลังของดอกเบี้ยทบต้น ถึงแม้จะไม่ได้เป็นการเก็บออมเพื่อการลงทุน แต่นิสัยการออมก็เป็นสิ่งที่ดีที่ถูกต้องคือถ้าเราอยากได้อะไร เราควรวางแผนตั้งเป้าออมเงินไว้ให้ได้เท่านั้นก่อนค่อยเอาไปซื้อ แบบนี้จะไม่มีภาระ แต่ถึงแม้จะซื้อแบบผ่อน ก็สามารถทำให้หนี้นี้เป็นการผ่อนที่ฉลาดได้ เช่น ออมเงินก้อนไปลงทุน แล้วเอาดอกเบี้ยไปผ่อนชำระสินค้า เท่ากับได้ของฟรี และเงินต้นก็ยังอยู่

4.ไม่เคยจดบันทึกเรื่องการใช้เงิน เราส่วนใหญ่มักจะคิดว่าเรารู้แล้ว ก็มีรายได้อยู่แหล่งเดียว (เงินเดือน) แล้วแต่ละเดือนก็มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เรื่องใหญ่ ๆก็มีไม่กี่เรื่อง ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน/ ค่าห้อง ค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าอาหาร หลัก ๆก็แค่นี้ไม่เห็นต้องจดบันทึกเลย หรือจะจำไปทำไม ซึ่งนั่นคิดผิดถนัดเพราะบางทีเรื่องเล็ก ๆหลายเรื่องรวมกันทำให้มีค่าใช้จ่ายที่ควรจะประหยัดได้ แต่ก็ไม่ได้ทำ (เพราะมันเล็ก ๆน้อย  ๆ จนไม่รู้ตัว) แล้วสุดท้ายจะพบว่า “เงินไปไหนหมดเนี่ย” แต่ก็ตอบไม่ได้ แล้วจะประหยัดตรงไหนดี ก็ตอบไม่ได้เช่นกัน

5. แยกไม่ออกว่าอะไรจำเป็น อะไรแค่อยากแถมยังไม่มีเป้าหมายทางการเงิน บางทีมันก็สับสนปนเป บางเรื่องเป็นแค่ความอยาก แต่คิดว่ามันเป็นเรื่องจำเป็น เอ้อ…ช่วงนี้รถเสียบ่อย ‘จำเป็น’ต้องเปลี่ยนแล้วหละ เอ้อ… มือถือรุ่นใหม่ออกมา ‘จำเป็น’ ต้องเปลี่ยนแล้วหละ feature ใหม่ในนั้นจะทำให้เราทำงานคล่องตัวขึ้นแน่เลย (คิดไปเอง) แล้วเป้าหมายทางการเงินล่ะ เกี่ยวอะไรกับข้อนี้ก็เพราะบางทีคนส่วนใหญ่ไม่มีเป้าหมายทางการเงินกันไง ก็ทำให้ไม่มีอะไรฉุดรั้งความคิด เคล็ดลับของข้อนี้ก็คือถ้าคุณมีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน คุณจะสามารถอดเปรี้ยวไว้กินหวานได้ คุณจะยับยั้งชั่งใจเป็น หลีกเลี่ยงและรอดพ้นจากความต้องการหรือความพึงพอใจระยะสั้นไปได้ คุณจะยอมเสียสละบางอย่าง..เพราะมองเป็นเป้าที่อยู่ไกลๆ

เคล็ดลับของเคล็ดลับในการวางแผนการเงิน (และวางเป้าหมายในชีวิต) ก็คือ“เขียนมันลงบนกระดาษ” แล้วแปะไว้หน้ากระจกแต่งตัว หรือหน้าตู้เสื้อผ้า เอาเป็นว่าแปะไว้ในที่ที่คุณเห็นมันทุกวัน มันจะย้ำเตือนและตอกย้ำลงไปในจิตใต้สำนึกให้ร่างกาย และสมองของคุณตอบสนองต่อเฉพาะสิ่งที่จะนำพาไปสู่เป้าหมายนี้เท่านั้น

6.มีหนี้ไม่รีบใช้ ถือว่ายังผ่อนไหวหรือผ่อนไปตามระยะเวลาที่ตั้งไว้ คุณเคยลองสังเกตใบเสร็จรับเงินค่างวดผ่อนบ้านหรือเปล่าว่าค่าดอกเบี้ยน่ะ..มันแพงกว่าเงินต้นซะอีก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้น ๆ ของการผ่อน) และเกือบจะร้อยทั้งร้อย ตราบใดที่ยังมีเงินเดือนอยู่ก็จะผ่อนชำระไปเรื่อย ๆ เวลามีเงินก้อนมา เช่นโบนัสแทนที่จะเอาไปโปะ เอาไปปิด ก็เอาไปซื้อของฟุ้งเฟ้อซะแทน ปล่อยให้ดอกเบี้ยมันกัดกินอยู่นั่นแหละ ไม่สนใจ

7.อัพเกรดอุปกรณ์รอบกายตลอดเวลา ผู้หญิงบางคน…เป็นไง กระเป๋า-เสื้อผ้า-รองเท้า mix & match กันจน…จน เสื้อใหม่มา…รองเท้าไม่มี match รองเท้ามา..กระเป๋าไม่เข้ากัน กระเป๋ามา..ดูกระโปรงเพิ่มอีกตัวดีกว่า อุ๊ย..แฟชั่นใหม่ออกมาอีกแล้ว…ต้องตาม อย่างนี้จะเหลือเหรอ พนักงานใน office มือถือรุ่นใหม่ออกเป็นไม่ได้ ต้องขวนขวายไป “ถอย” มันมา อ้างว่าชอบเทคโนโลยี ชอบศึกษา

คุณต้องให้ความชอบของคุณมันทำเงินได้บ้าง ไม่ใช่ให้ความชอบทำให้เสียเงินอย่างเดียว

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมากเรื่องหนึ่งเพราะทุกวันนี้การพัฒนาเทคโนโลยีทำได้เร็วมาก อุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ ออกรุ่นใหม่กันเป็นว่าเล่น มันเป็นความตั้งใจของผู้ผลิต/ผู้ขายที่จะมาดูดเงินออกไปจากกระเป๋าพวกเรา ถ้าเราไม่ระมัดระวังละก็…กลับไปอ่านหัวข้อบทความอีกครั้ง… ก็จนอยู่ดี

 ที่มา : Thaiquote 
Advertisement
ติดตามข่าวบน Facebook กด Like เพื่อไม่พลาดข่าว !!!


แสดงความคิดเห็น :

- กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพและไม่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย
- ห้ามมิให้ผู้ใดโพดขายสินค้าเด็ดขาด
- ข้อความโพสโดยสาธารณชน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Advertisement

งานล่าสุด >>

ผู้สนับสนุน



หางาน part time กด Like ติดตาม
^