งานราชการล่าสุด

ตะลึงบ้าน 2-3 ล้านกู้ไม่ผ่านเพียบ แจงติดปัญหาแบกหนี้ครัวเรือน

11 มี.ค. 2559 เวลา 22:33 น. 2,527 ครั้ง
Advertisement

ตะลึงบ้าน 2-3 ล้านกู้ไม่ผ่านเพียบ แจงติดปัญหาแบกหนี้ครัวเรือน


Advertisement
นายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยหลังเปิดงานสัมมนา เอสซีบี อินเวสเมนท์ ซิมโพเซียม 2016 ไทยแลนด์ อะเฮด ว่า การปล่อยสินเชื่อบ้านและรถยนต์ช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา ยังเป็นไปตามเป้าหมาย 5-7% แต่บ้านที่ระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท มีลูกค้าที่มาขอสินเชื่อ แล้วไม่ผ่านการอนุมัติจำนวนมาก เนื่องจากติดปัญหาของหนี้ครัวเรือนที่สูงกว่า 80% ของจีดีพี ส่วนบ้านราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป การอนุมัติสินเชื่อยังเป็นไปตามปกติ ขณะที่บ้านและคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมโอนยังมีเพียงพอต่อความต้องการ

“ด้านตลาดรถยนต์นั้น คาดว่าช่วงงานมอเตอร์โชว์ ยอดสินเชื่อรถยนต์จะดีขึ้น แต่สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ ยังเป็นตลาดที่ไปได้ด้วย เพระาขณะนี้คนไทยมีเงิน แต่ไม่ยอมใช้ เนื่องจากไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจ อีกทั้งตอนที่รัฐบาลจัดแคมเปญช็อปช่วยชาติช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีกำลังซื้อออกมามหาศาล ดังนั้นภาพรวมสินเชื่อรายย่อยของธนาคารปีนี้ น่าจะเติบโตเพียง 3-5% ต่ำกว่าภาพรวมสินเชื่อทั้งธนาคารที่จะโต 4-6%

” ส่วนสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของรัฐบาล และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาค้ำประกัน ทำให้สินเชื่อเอสเอ็มอีไปได้ดี สิ้นปีจะเติบโต 3-6%ด้านสินเชื่อรายใหญ่ยังเติบโตตามเป้าหมาย สิ้นปีจะโต 4-6 % ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปัจจุบันเริ่มทรงตัว ใกล้เคียงกับสิ้นปีที่ผ่านมาเอ็นพีแอล 2.89% และปีนี้ตั้งเป้าหมายดูแลเอ็นพีแอลไม่เกิน 3%

“เศรษฐกิจไทยปีนี้เชื่อว่าจะเติบโต 2.5 % และสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบเติบโต 4-6 % เนื่องจากนักลงทุน และผู้บริโภคยังกังวลเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกที่ติดลบมากกว่าที่คาด แต่ธุรกิจรายย่อย ช้อปปิ้ง และธุรกิจท่องเที่ยวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่ลดลง ผู้ประกอบการควรพึ่งการส่งออกประเทศในกลุ่มกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม ให้มากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจยังเติบโตสูง และความต้องการสินค้ายังมีมาก

นายอลงกต บุญมาสุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจ ขนาดย่อม ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าบ้านเก่า และคอนโดฯมือสอง ที่มีราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท เนื่องจากติดปัญหาผ่อนชำระหลังหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ที่ผ่านมากู้ไม่ผ่านกว่า 50% ประกอบกับการปล่อยกู้บ้านเก่ามีความเสี่ยงสูงกว่าบ้านใหม่ เพราะบ้านเก่าจะมีค่าเสื่อม และการตีมูลค่าจากราคาประเมินทำยากกว่า ทำให้สัดส่วนการปล่อยกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเน้นไปที่บ้านใหม่เป็นหลัก

ปัจจุบัน หนี้เสียของลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยในระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 3% กว่า แต่ในส่วนของกสิกรไทยอยู่ที่ 2% กว่า ต่ำกว่าตลาดเล็กน้อย แต่จำนวนนี้ เป็นหนี้เสียบ้านเก่าสูงกว่าบ้านใหม่ ขณะที่ยอดกู้ไม่ผ่านมาในส่วนบ้านเก่าจะมี 50% สูงกว่าลูกค้าบ้านใหม่ที่มีเพียง 20-25% ดังนั้นจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดการปล่อยกู้บ้านมือสอง

แต่ธนาคารก็ไม่ได้ทิ้งลูกค้าบ้านเก่าเลย หากลูกค้ามีความพร้อมก็ขอให้ยื่นกู้ได้ โดยจะพิจารณาจากความสามารถในการผ่อนชำระ และมูลค่าบ้านเป็นหลัก” ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยไว้ 45,000 ล้านบาท เติบโต 5.4% ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว จากฐานสินเชื่อรวม 270,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตต่ำกว่าภาพรวมตลาดที่จะโต 8% เนื่องจากต้องการเติบโตเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ หลังแนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้ยังชะลอตัวทั้งปัญหาเศรษฐกิจโลก การส่งออกติดลบ กำลังซื้อถดถอย จึงต้องเน้นปล่อยกู้ลูกค้าโครงการบ้าน คอนโดฯใหม่เป็นหลัก เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีศักยภาพ และถูกคัดกรองคุณภาพมาระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่ตัวที่อยู่อาศัยก็มีคุณภาพ และราคาประเมินที่ชัดเจน

โดยปัจจุบันกสิกรไทยมีสัดส่วนลูกค้าบ้านใหม่ 90% บ้านเก่า 10% อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่เห็นแนวโน้มการเกิดปัญหาฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ เพราะผู้ประกอบการฯได้ติดตามกำลังซื้อให้สอดคล้องกับขึ้นโครงการใหม่ และรัฐบาลเพิ่งออกมาตรการลดภาษีจดจำนองช่วยระบายสต๊อกเก่าไปได้มาก แต่อาจมีปัญหาสำหรับที่อยู่อาศัยในทำเลไม่ดี อาจขายยาก โดยมองว่าภาพรวมตลาดอสังหาฯ ปีนี้น่าจะขยายตัวได้ 5-10% ท่ามกลางความระมัดระวังของผู้ประกอบการอสังหาฯ และสถาบันการเงิน โดยทิศทางการซื้อขายบ้านในช่วงครึ่งปีแรกน่าจะคึกคักเพราะได้รับอานิสงส์จาก มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ จนถึงเดือนเม.ย.59

างเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวหัวข้อแสงสว่างของตลาดทุนไทยว่า ช่วงปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยประสบภาวะความผันผวน แต่แนวโน้มปีนี้คาดว่าจะดีขึ้น เพราะภาพรวมเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวได้ดี รวมถึงถ้าเปรียบเทียบผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยกว่า 640 แห่ง ยังคงมีสถานะแข็งแกร่งและผลดำเนินงานดีมาก เมื่อเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในประเทศอื่นๆ ในอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มการสื่อสาร การคมนาคม การท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมั่นใจว่าตลาดทุนของไทยยังมีโอกาสสำหรับนักลงทุนได้อีก แต่ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

ขอบคุณเนื้อข่าวจาก : http://www.dailynews.co.th/economic/384504
Advertisement
ติดตามข่าวบน Facebook กด Like เลย!!!


แสดงความคิดเห็น :

- กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพและไม่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสีย
- ห้ามมิให้ผู้ใดโพดขายสินค้าเด็ดขาด
- ข้อความโพสโดยสาธารณชน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
Advertisement

งานล่าสุด >>

ผู้สนับสนุน
รับสมัครตัวแทนจำหน่ายครีมนวัตกรรมจากเกาหลี ไม่ต้องสต็อกสินค้า ไม่ต้องลงทุน ทำเวลาไหนก็ได้
^